
ในปีที่แล้วเกม Left 4 Dead ภาคแรกได้เปิดตัวความน่ากลัวและความสนุกของทั้ง 2 แบบของเหตุการณ์ซอมบี้ระบาด. ไม่ว่าคุณจะต้องยิงฝ่าฝูงซอมบี้เพื่อเอาชีวิตรอดออกไป หรือจะร่วมมือไปกับกลุ่มผู้ติดเชื้อหลังเหนือมนุษย์ที่พยายามขัดขวาง,ลอบโจมตี และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ฆ่าผู้รอดชีวิตทั้งหมดให้ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ให้ความสนุกเป็นอย่างมาก. จุดด้อยเพียงอย่างเดียวก็คือ ในเรื่องของเนื้อหาที่ค่อนข้างสั้น. มาในภาคนี้กับ Left 4 Dead 2 ที่ไม่มีปัญหาเหล่านั้นอีกแล้ว, ตัวเกมนำเสนอฉากสำหรับเล่นมากถึง 5 ฉาก ผ่านโหมดการเล่นทั้ง 5 รูปแบบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง. ฉากนั้นถูกสร้างให้สมจริงยิ่งขึ้น ทำให้ได้รับความสนุกมากขึ้นกว่าเดิม โดยต้องขอบคุณถึงการออกแบบฉากสำหรับภาคใหม่นี้. อีกทั้งตัวเกม Left 4 Dead 2 เองได้พัฒนาในทุกๆส่วนให้มากกว่าของเดิมยิ่งขึ้นอีก ทั้งอาวุธใหม่ๆ อุปกรณ์ใหม่ๆ ศัตรูใหม่ๆ และตัวละครฝ่ายผู้รอดชีวิตใหม่ทั้งหมด. ทุกอย่างๆถูกพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมมากแต่ว่ายังสามารถคงความเป็นมาตราฐานของ Left 4 Dead ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้เกม Left 4 Dead 2 นี้สนุกกว่าภาคที่แล้วของเกมนี้มากขึ้นเป็นเท่าตัว. นี่คือเกมผจญฝ่าฝูงซอมบี้เกมหนึ่งที่คุณต้องไม่อยากจะพลาดอย่างแน่นอน
หัวใจของเกม Left 4 Dead 2 คือฉาก 5 ฉากที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลายของภาคใต้ของอเมริกา. จากหนองน้ำอันเฉอะแฉะไปจนถึงงานเทศกาลที่ดูน่ากลัว, จากชานเมืองที่มีน้ำท่วมไปจนถึง กลางเมืองใหญ่ที่เหลือแต่ซาก. ทุกๆสภาพแวดล้อมถูกกำหนดรายละเอียดมาอย่างดี. การออกแบบที่ชาญฉลาด ซึ่งบางครั้งรวมไปถึงการให้คำใบ้ว่าเกมจะนำเนินเรื่องไปทางไหนต่อ. โดยเฉพาะการออกแบบฉากที่ทำให้ดูเหมือนว่าไม่ใช่เฉพาะกลุ่มผู้เล่นเท่านั้นที่ยังเหลือรอดอยู่เท่านั้น. สภาพแวดล้อมของ Left 4 Dead 2 ช่วยบอกเล่าเรื่องของเหตุการณ์เสมือนว่า คุณกำลังเดินทางผ่านสถานที่ๆเดิมเคยเป็นศูนย์อพยพขนาดใหญ่ของทางการ โดยให้ผู้เล่นได้เข้าใจว่า “เหตุใดมันถึงถูกทิ้งร้าง”. ในส่วนของเนื้อเรื่องจะถูกโยงกันเป็นเนื้อเรื่องใหญ่ที่กลุ่มผู้เล่นต้องฝ่าฟันทั้งฝูงซอมบี้ที่จะทำให้ผู้เล่นต้องตื่นตัวและพร้อมรับการโจมตีตลอดเวลา รวมไปถึงสภาพอากาศที่เป็นทั้งภายุและเมฆฝนที่จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงแก่ผู้เล่นได้. ระบบเสียงของเกมทำออกมาได้ดีและเป็นธรรมชาติมากๆ โดยสามารถแสดงถึงสภาวะอารมณ์ของตัวละครในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศต่างๆ และบางครั้งก็ให้คำใบ้แก่ผู้เล่นว่าจำเป็นต้องเดินทางไปทางไหนต่อ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกผสมผสานกับเนื้อเรื่องของฉากต่างๆได้อย่างลงตัว
ตัวละครฝั่งผู้รอดชีวิตใหม่ทั้งหมด 4 คนที่จะต้องฟันฝ่าในดินแดนที่น่าสพรึงกลัวแห่งนี้เช่นตัวละคร Ellis , หนุ่มอารมณ์ดีที่พร้อมจะเล่าเรื่องตลกที่เขากับเพื่อนของเขา Keith เคยทำมาก่อน ซึ่งทำให้คุณอดที่จะขำไปด้วยไม่ได้. อาวุธใหม่ๆสำหรับผู้เล่นก็ถูกเพิ่มเข้ามาไม่ว่าจะเป็น ปืนพก, ปืนลูกซอง, ปืนกลเบา, และปืนไรเฟิลจู่โจมในรูปแบบต่างๆมากมาย. ทั้งหมดนี้มีขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นได้ลองถึงวิธีการไม่ซ้ำแบบสำหรับการกำจัดซอมบี้ด้วยอาวุธปืนนานาชนิด แต่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาและดูเด่นชั้นที่สุดคือ อาวุธระยะประชิด ไม่ว่าจะเป็น ขวานนักผจญเพลิง, ชะแลงกู้โลก, ดาบซามุไร ไปจนถึงกระทะทอดไข่ ซึ่งอาวุธเหล่านี้ล้วนเป็นอาวุธที่จะสามารถผ่า,ทุบหรือแม้แต่ทำให้เหล่าซอมบี้แน่นิ่งได้ในทันที ซึ่งอาวุธเหล่านี้จะถูกใช้แทนตำแหน่งอาวุธสำรอง แต่คุณก็ยังสามารถควักปืนพกออกมายิงได้ยามเมื่อคุณโดนโจมตีจมล้มลงไปแล้วได้อยู่. การใช้อาวุธระยะประชิดเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้เหล่าผู้ติดเชื้อมากขึ้น, แม้ว่าจะมีพลังโจมตีที่รุนแรงมากๆ แต่ก็ตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้น. การที่ผู้เล่นถือดาบคาตะนะยืนขวางอยู่ที่จุดแคบๆเช่นประตูเพื่อบีบแนวป้องกันและทำให้สามารถกำจัดเหล่าซอมบี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อาวุธระยะประชิดทุกชนิดทำให้ผู้เล่นต้องวางแผนการเล่นอย่างมีประสิทธิภาพและให้ความสนุกมากกว่าเดิมยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก
การใช้อาวุธประเภทระยะประชิด ได้ให้ความสนุกมากกว่าภาคที่แล้ว ส่วนหนึ่งมาจากความละเอียดในการแสดงผลของตัวละครผู้ติดเชื้อทั่วไป ที่มีส่วนประกอบต่างๆมากขึ้นและแสดงผลต่อการโจมตีได้ดีและเหมือนจริงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลฉีดขาดหรือรอยกกระสุนปืนต่างๆ ละเอียดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งเหล่าผู้ติดเชื้อก็มีจำนวนมากและหลากหลายมากกว่าเดิม รวมไปถึงเหล่า “ผู้ติดเชื้อไม่ธรรมดา” ทั้งหลายที่จะปรากฏตัวอยู่ตามฉากต่างๆไม่ซ้ำกัน เช่นผู้ติดเชื้อในชุดปลอดเชื้อที่อาวุธประเภทไฟทุกชนิดไม่มีผล, ผู้ติดเชื้อในชุดปราบจราจลที่มีเสื้อเกราะกันกระสุนที่อาวุธเกือบทุกชนิดไม่สามารถสร้างความเสียหายจากด้านหน้าได้ ไปจนถึงเหล่าผู้ติดเชื้อที่อยู่ตามหนองน้ำและบึงโคลนที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วและสามารถโจมตีบดบังการมองเห็นผู้ของเล่นได้. แม้ว่าเหล่าซอมบี้ไม่ธรรมดาเหล่านี้จะไม่ได้สร้างผลกระทบกับเหล่าผู้เล่นได้มากมายนัก แต่ก็สามารถเพิ่มอรรถรสให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี
ศัตรูของเหล่าผู้รอดชีวิตที่จะพยายามหยุดยั้งพวกเขาเหล่านั้น นั่นก็คือ “ผู้ติดเชื้อพันธุ์พิเศษ” เหล่าซอมบี้ที่มีพลังเหนือมนุษย์เหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายแก่เหล่าผู้รอดชีวิตได้ด้วยการโจมตีที่ถึงตายได้. เหล่าซอมบี้ชนิดพิเศษจากภาคที่แล้วก็ได้ปรากฏตัวในภาคนี้เช่นเดียวกับตัวละครซอมบี้ชนิดพืเศษที่มาใหม่ในภาคนี้อีกจำนวน 3 ตัวเช่น Jockey ที่สามารถควบคุมตัวผู้เล่นได้โดยตรง, Spitter ที่พ่นกรดใส่บนพื้นใต้เหล่าผู้รอดชีวิต ทำให้พลังกายของผู้รอดชีวิตลดลงเรื่อยๆตราบเท่าที่ยีนอยู่บนน้ำกรดนั่น และ Charger ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อร่างยักษ์ที่ใช้วิธีพุ่งเข้าชนใส่กลุ่มผู้รอดชีวิต และจับผู้รอดชีวิตที่แยกออกไปจากกลุ่ม และกดลงบนพื้นจนกว่าตัวละครนั้นจะตาย เป็นต้น ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่ตัวละคร Witch ที่ปรกติจะนั่งอยู่กับที่ มาภาคนี้จะได้เห็น Witch เดินไปเดินมาในฉากพร้อมเสียงร้องที่โหยหวน ศัตรูเหล่านี้จะเป็นอันตรายอย่างมากที่ผู้เล่นจะต้องพบเจอในเกมนี้ และยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีกถ้าเหล่าซอมบี้ชนิดพิเศษพวกนี้มีผู้เล่นคอยควบคุมอยู่
ไม่เหมือนกับภาคแรก, Left 4 Dead 2 นี้มีโหมดการเล่นแบบ Versus มาให้ครบทั้ง 5 ฉากตั้งแต่แรกซึ่งเหล่าผู้เล่นจะได้สู้กันด้วยอาวุธใหม่ บรรยากาศใหม่ๆ ซอมบี้ชนิดใหม่ๆ และโหมดการเล่นใหม่ๆที่ถูกเพิ่มเข้ามามากมายซึ่งจะทำให้เหล่าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายรู้สึกสนุกกับการได้ประลองชั้นเชิงการวางแผนและการแก้ปัญหาเอาตัวรอดได้
ข้อดี : ฉากใหม่ๆถูกออกแบบและสร้างมาเป็นอย่างดี, อาวุธใหม่ๆที่ถูกเพิ่มเข้าไปจากเดิมและอาวุธระยะประชิดมากมาย, โหมดการเล่นแบบ Scavenger ที่เป็นเหมือนโหมด Versus แบบย่อส่วน, ตัวละครใหม่ๆของทั้งฝั่งผู้รอดชีวิตและเหล่าผู้ติดเชื้อ, โหมดการเล่นแบบ Realism ที่นำเสนอความตื่นเต้นและความยากขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง
ข้อเสีย : ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมมากมายนักในส่วนของ Gameplay , ตัวละคร AI ยังคงไม่สามารถพึ่งพาได้ในบางโอกาส
คะแนนที่ได้ : 9.0
ข่าวจาก www.gamespot.com
